London Calling: Walking along the Thames Path

posted on 05 Aug 2012 14:07 by willowee directory Travel
ติดภารกิจชีวิต เลยต้องห่างหายจากบล๊อคไปนาน เรื่องราวอาจจะดีเลย์ไปหน่อยนะคะ
 
ยังคงวนๆเวียนๆอยู่กับควันหลงจากพิธีเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 60 ปี ของควีนอลิซาเบธนะคะ สืบเนื่องมาจากช่วงต้นเดือนกรกฏาคม ได้ชมการถ่ายทอดสด ขบวนเรือเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเอาเข้าจริงไม่ได้ดูมีพิธีรีตองเป็นทางการมาก เหมือนใครใคร่แจวเรือมาแจมซะมากกว่า ดูครึกครื้นไปอีกแบบ แถมท้องฟ้ายังมืดครึ้ม ฝนตกปรอยๆ ชมกับเป็นประเทศอังกฤษจริงๆ 555

ระหว่างทางที่เรือพระที่นั่งแล่นผ่าน บางตึกเค้าจะมีโปสเตอร์ถวายพระพระพร แล้วตอนที่ผ่าน National Theatre ก็ยังมีการแสดงกิ๊บๆเก๋ๆด้วย  เห็นแล้วหวนนึกถึงบรรยากาศริมแม่น้ำเทมส์มากๆ อันที่จริงแล้วหอพักเราก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากแม่น้ำนั่นแหละ บางวันถ้าไม่ได้ออกไปธุระที่ไหน ก็ต้องขอแว่บออกมาสูดอากาศแถวริมแม่น้ำบ้าง จะให้อยู่ในห้องรูหนู 24 ชม.คงเฉาตายพอดี

ประเทศอังกฤษนี่ต้องขอชื่นชมการวางผังเมืองของเค้าจริงๆนะ ถึงจะเป็นเมืองเก่าแก่ และมีการขยายเรื่อยๆ แต่การจัดโซนนิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่สาธารณะนี่เก่งมากๆ ที่เห็นชัดคือพาร์คหลากหลายแห่งกลางเมือง รวมทั้งทางเดินริมแม่น้ำเทมส์ด้วย ซึ่งมีชื่อเรียกเป็นทางการว่า The Thames Path ยาวเหยียดไปถึงนอกเมืองกันเลย เป็นทางเดินกว้างอย่างดี จะเดินเล่นหรือจะวิ่งจ๊อกกิ้งก็ได้ ผ่านจุดท่องเที่ยวสำคัญๆหลายจุด ไม่อยากเสียตังค์เข้ามันทุกที่ ก็เดินชมเอาก็ได้นะ ได้บรรยากาศไปอีกแบบ เอาเป็นว่าเรามานวดแข้งนวดขา เตรียมเดินกันดีกว่าค่ะ

จริงๆทางเดินมีทั้งสองฝากฝั่งแม่น้ำ แต่เราขอพาเดินแค่ฝั่ง south bank ก็พอนะ เพราะคุ้นกว่า สตาร์ทจาก ไฮไลท์ Houses of Parliament กับ Big Ben ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเลยละกัน สองอย่างนี้ไม่ต้องพูดอะไรมาก แทบจะเป็นสัญลักษณ์ลอนดอนไปซะแล้ว จะดูกลางวันกลางคืนได้หมด สวยคลาสสิคมากๆ จากนั้นถ้าหันหน้าเข้าหาน้ำ ก็ได้เดินมาทางขวาเรื่อยๆ จะมี London Aquarium และ Dali Universe ซึ่งเป็นพิพิธภัณธ์กลางแจ้ง แสดงผลงานประติมากรรมของ ซาวาดอร์ ดาลี ศิลปินชื่อดังชาวสเปน อลังการมาก เซอร์เรียลสุด จริงๆแล้วมันสวยมากนะ โลเคชั่นก็เหมาะมากๆ แต่เสียอย่างเดียว เพราะอยู่ใกล้ London Eye นักท่องเที่ยวเลยเยอะมากก ตามมาด้วย ขยะและความสกปรกมากมาย ผ่านทีไรเรารีบเดินเร็วๆทุกที

(ไม่น่าเชื่อว่าอยู่ลอนดอนมาปึนึง ไม่เคยถ่าย House of Parliament ตอนกลางวันเลย เลยได้รูปกลางคืนสุดแสนโรแมนติกมานี่แหละค่ะ)

 


เดินค่ะ เดินต่อ จนถึงใกล้ๆสะพานวอเตอร์ลู จุดนี้ทางเมืองเค้าจัดให้แหล่งศูนย์กลางวัฒนธรรมอันนึงเลย มีโรงละคร โรงหนัง แกลอรี่ เยอะแยะไปหมด ตึกราม ร้านรวงก็ดูทันสมัย กิ๊บเก๋ไปหมด ราคาแพงไปบ้างก็อย่าสนค่ะ เราแค่เดินผ่าน เก็บบรรยากาศเฉยๆ อ้อ แล้วช่วงฤดูร้อน หรือฤดูใบไม้ผลิ มันจะมีการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะกลางแจ้งอย่างในรูปนี่แหละ ถัดจากตรงนี้ส่วนมาก็เป็นตึกของเอกชน เป็นพวกออฟฟิสซะส่วนใหญ่ ทางเดินริมน้ำเลยเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของออฟฟิสไปด้วย บางแห่งก็ติดกระจกให้พนง.ดูวิวแม่น้ำ คนเดินผ่านก็เห็นทะลุไปเลยค่ะ ว่าพนง.คนไหนอู้งานหรือเปล่า 5555 ความคิดเรื่องพื้นที่ส่วนตัวกับพื้นที่สาธารณะของเค้าน่าสนใจดีจริงๆนะ

(ในภาพคือ National Theatre ค่ะ)

 

 

หนึ่งในนิทรรศการศิลปะกลางแจ้ง กิ๊บเก๋น่ารักมากๆเลยค่ะ

 

 

เหนื่อยกันยังค่ะ ทนอีกๆหน่อย ยังไม่ได้ถึงไฮไลท์อีกแห่งเลย ไฮไลท์ที่ว่าคือ  Tate Modern แหล่งรวมงานศิลปะโมเดิร์น ที่นี่กิ๊บเก๋ตั้งแต่สถานที่แล้วค่ะ เพราะเอาโรงงานเก่ามาดันแปลง อาคารเลยเป็นสีอิฐและมีท่อๆด้วย ดูดิบๆอาร์ตๆแท้ ค่าเข้าชมฟรีส่วนใหญ่ค่ะ มีบางนิทรรศการเท่านั้นที่ต้องเสียเงิน นอกจากของภายในจะกิ๊บเก๋ด้วย สถานที่ตั้งก็ไม่แพ้กัน เพราะเล่นอยู่ตรงข้ามกับโบสถ์เซนต์พอลเลย ไว้วันหลังจะพามาเที่ยวเจาะลึกนะคะ ตอนนี้ขอผ่านไปก่อน เดี๋ยวเอนทรี่จะยาวเกิน ฮ่าา

 

 

ณ จุดนี้เดินไปอีกนิดก็ถึง Shakespeare’s Globe Theatre and Exhibition ค่ะ โรงละครเชคสเปียร์แห่งนี้ สร้างแบบโรงละครดั้งเดิม สมัยพระนางอลิซาเบธที่ 1 ในศตวรรษที่ 15 และอยู่ใกล้ตำแหน่งโรงละครเดิม ก่อนที่เกิด The Great Fire หรือไฟไหม้ครั้งใหญ่ในกรุงลอนดอนเมื่อปี 1666 ลักษณะจะเป็นโรงกลางแจ้ง ที่นั่งล้อมเป็นวงกลมรอบเวที และเพราะเป็นกลางแจ้งก็เลยเปิดการแสดงเฉพาะฤดูร้อนเท่านั้นเอง ไม่งั้นหนาวสั่นดูกันไม่จบแน่ๆ เราเองก็เคยมาดูครั้งนึง ไว้จะมาเล่าทีหลังนะคะ (ลืมบอกไปว่่าจากจุดนี้ไปทางฝั่งตะวันออก บางทีเค้าก็เรียกทางเดินว่า The Queen’s Walk ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบเหมือนกัน)

 

 

เดินค่ะ เดินต่อไป ชิลๆเอื่อยๆ ผ่านไปสองสะพาน ก็ถึง London Bridge is falling down falling down  ปัจจุบันคงไม่ fall กันง่ายๆแล้ว เพราะสร้างด้วยคอนกรีตมั่นคงซะปานนั้น จากจุดนี้เลยไปหน่อย มีสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนที่ชอบประวัติศาสตร์การรบทั้งหลายค่ะ  HMS Belfast เรือรบหลวงของอังกฤษที่มีประวัติโชกโชน แต่ปัจจุบันปลดประจำการแล้ว เข้าไปดูสนุกๆได้ค่ะ เค้าจำลองการใช้ชีวิตลูกเรือด้วย ตลกดี (จำได้แค่นั้น พวกเทคโนโลยีนี่ทำลืมไปเลย 555)

คุณผู้อ่านคะ (ที่หลงเข้ามา จะมีไหม๊น้อ) ใกล้จะจบทริปริมแม่น้ำแล้วค่ะ ไฮไลท์สุดท้ายมาแล้ว แถ่น แทน แท้น Tower Bridge ค้า สะพานชื่อดังรุ่นโบราณที่เปิดสะพานให้เรือใหญ่ล่องผ่านได้ ตัวสะพานเองก็มีเรื่องราว มีนิทรรศการไปชมได้ (เสียตังค์แน่นอน) ส่วนตัวเราไม่ชอบสะพานเวอร์ชั่นทาสีฟ้าสดใสนี่เท่าไหร่ มันดูเป็นเทพนิยายเกินค่ะ ช่างไม่เข้ากับบรรยากาศขรึมๆ หม่นๆ เท่ห์ๆ ของลอนดอนเอาซะเลย อุ้ย เมาท์ซะเพลิน  ลืมบอกไปว่า หันหน้าไปฝั่งตรงข้าม จะเห็น Tower of London ตั้งตระหง่านอยู่ ราคาบัตรเข้าก็แพงเอาการ ผ่านมาหลายปีคงจะอัพราคากันสนุกสนาน แต่ถ้ามาลอนดอนแล้วก็เชียร์ให้เข้าชมนะคะ ดูแล้วจะได้บรรยากาศอังกริ๊ดดด อังกฤษ แค่ดู Crown Jewels หรือมงกุฎพระราชินีอันอลังการงานสร้างด้วยเพชรเม็ดสะบึ้ม ก็คุ้มไม่รู้จะคุ้มยังไงแล้วล่ะค่ะ

 

 

โอย เหนื่อยแท้ จริงๆทางเดินริมแม่น้ำยังสานต่อไปถึงนอกเมือง แต่เราเอาแค่นี้พอนะคะ จากจุดนี้ถ้าอยากไปเที่ยวไหนต่อหรือกลับห้องหอพัก แนะนำว่าขึ้นรถเมล์หรือข้ามฝั่งไปขึ้น tube เลยค่ะ สังขารย่อมมีลิมิต

ปล. ตอนหน้ากะจะเขียนเจาะเรื่องสะพานสำคัญๆในลอนดอน คงต้องใช้เวลานิดนึง ต้องหาข้อมูลอะไรพวกนี้ด้วย สุดท้ายแล้วขอบคุณที่เข้ามาอ่านด้วยนะคะ ติชมอะไรบอกกันได้ อยากจะเขียนให้ดีให้น่าสนใจยิ่งๆขึ้นไปค่ะ

ปล. 2 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องทางเดินริมน้ำเทมส์ เข้าไปดูตามลิงก์นี้ได้เลยค่ะ http://www.thames-path.org.uk/

 

 

 

edit @ 5 Aug 2012 14:31:17 by Willow

London Calling: Queen's birthday and ...

posted on 01 Jul 2012 16:11 by willowee directory Travel

ปี 2012 นี่ถือเป็นปีทองของลอนดอนเลยก็ว่าได้นะคะ เพราะเป็นปีที่มีทั้งโอลิมปิกเกมส์ และงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของควีนอลิซาเบธ คิดแล้วแหม น่าจะเลือกไปเรียนปีนี้ ชอบจริงๆล่ะให้บรรยากาศเฉลิมฉลอง festive แบบนี้

จะว่าไป ตอนที่ไปเรียนช่วงปลายปี 2008 ถึง 2009  เราก็เคยเฉียดงานแบบนี้เหมือนกัน แม้จะเป็นสเกลเล็กๆก็เหอะ งานที่ว่าคืองานฉลองวันพระราชสมภพของควีนอลิซาเบธ ที่แปลกคือควีนมีงานวันเกิดสองวันค่ะ วันเกิดจริงๆของท่านคือวันที่ 21 เมษายน แต่เนื่องจากทางราชสำนักมีธรรมเนียมว่า จะต้องมีการฉลองวันเกิดประมุขประเทศอย่างเป็นทางการในช่วงซัมเมอร์ เพราะอากาศดีกว่า ไม่หนาวเกินไปที่ประชาชนจะมายืนรับเสด็จ (เมษาก็ยังอุณหภูมิ 10c ต้นๆนะคะ ถ้าวันนี้ฝนตกก็เพิ่มความบรี๋ยยยเข้าไปอีก)

งานที่เราไป ก็คืองานทางการนี่แหละ จัดวันที่ 13 มิถุนายน เพราะเห็นว่ามีเดินขบวน ยิงสลุต และอาจจะได้ยลราชวงศ์อังกฤษด้วย วู้ๆๆๆ เจ้าชายวิลเลียมที่แอบกรี๊ดเบาๆมาแต่เด็ก (จนแก่ไปตามๆกันละ) จะได้เห็นไหม๊เนี่ย ฮ่าาา วันงานเรากับเพื่อนอีกคน ออกจากหอแต่เช้า นั่งรถเมล์ทุ่นแรงเดินไปถึงแถวๆ trafalgar square แล้วค่อยเดินเข้าถนน The Mall ถนนที่ชื่อเหมือนห้างบ้านเราเนี่ย จะเชื่อมแถว Trafalgar ตรงไปที่พระราชวังบักกิ้งแฮมเลยค่ะ ตอนที่มาถึงสักเก้าโมง คนก็เร่ิมเยอะละ เดินไปสักพัก เค้าถึงกั้นถนน เราต้องมาเบียดๆกันตรงทางฟุตบาทขนาดบิ๊กบึ้มข้างๆ สังเกตว่างานนี้คนต่างชาติ(รวมทั้งเราๆด้วย) ให้ความสนใจกันมาก หันไปหันมาได้ยินแต่ภาษาอิตาเลียนเต็มไปหมด พอคนเยอะ ก็เร่ิมมีการครีเอทที่ทางของตัวเอง เด็กๆขี่คอพ่อแม่ หนุ่มๆบางคนก็ใช้วิชากายกรรมไปยืนบนเสารั้ว(ตามรูป) คือเสามันก็สูงนะคะ หวาดเสียวจริงๆ



 

 

 

รอไม่นานมาก ริ้วขบวนทหารหรือที่เค้าเรียกว่า trooping the colour ก็เริ่ม ซึ่งไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการอย่างที่คาด

 


 

 

เผลอแป๊บเดียว รถม้าของสมาชิกราชวงศ์มาแล้วค่ะ ตั้งตัวกันไม่ทันทีเดียว ที่พอจำได้คือควีนอลิซาเบธกับคามิลล่า ที่มาในชุดสีฟ้าสดทั้งคู่ ส่วนคนอื่น ม้าซิ่งกันมากๆค่ะ ตาดู มือก็แชะ พอวิ่งผ่านกันไปหมด ถึงค่อยมาพิจารณารูป ว่าไผเป็นไผกันบ้าง

รูปแรกคือคามิลล่ากับเจ้าชายวิลเลี่ยมกะเจ้าชายแฮรี่ สองคนนี้แต่งเครื่องแบบทหาร ใส่หมวกปิดหน้าปิดตา แต่ก็ยังแอบเห็นเค้าความหล่อนะคะ 555 Kiss

 


 

 

รูปนี้ควีนกับเจ้าชายฟิลิป พระสวามีค่ะ ชัดใช้ได้เนอะ


 

จบจากตรงนี้เริ่มงงค่ะ เค้ามีอะไรกันต่อเหรอ ในยามแบบนี้ จง follow the crowd ไปค่ะ ตามๆเค้าไป เดินผ่านสวนชื่อ Green Park (ตั้งชื่อง่ายเนอะ) ส่วนนี่อยู่ติดกับบักกิ้งแฮมทางทิศเหนือ ต้นไม้เขียวขจี แต่ขอลงรูปฝาท่อ 555 เห็นว่ามันสวยดี


 

 

แถวนี้เค้ามียิงสลุตกัน แต่แล้วเราก็หันไปเห็นความเคลื่อนไหวฝั่งพระราชวังค่ะ อุ้ยๆ คนฮือฮา ต้องมีอะไรแน่นอน วิ่งสี่คูณร้อยไปกับเพื่อน เห็นเลยว่าเหล่าราชวงศ์เสด็จออกตรงระเบียงวัง มายืนโบกไม้โบกมือ แต่ตอนนั้นคนเยอะมาก จะเข้าไปตรงลานน้ำพุหน้าวังยังไงก็ไม่รู้ ติดไปหมด เลยได้แค่ซุปเปอร์ซูม หัวแต่ละท่านเท่าไม้ขืดไฟ


 

พอวงดุริยางค์เล่นเพลงจบ หมดไฮไลท์ งานก็เลิกแล้วค่ะ ทุกคนสลายโต๋ เราก็เดินโซซัดโซเซไปซัดพิซซ่ากันแถวเลสเตอร์สแควร์ค่ะ เหนื่อยจริงๆ

อะอะ แต่วันนี้ยังไม่หมดแค่นั้นค่ะ จริงๆแล้วสำหรับเรา เหตุการณ์ภาคบ่ายนี่รู้สึกจะไฮไลท์ไม่แพ้ภาคเช้าเลย ตอนขากลับ หลังข้ามสะพานและจะข้ามถนนเพื่อกลับหอ ซ้ายตาก็มองไปทางสะพานอีกครั้ง เอ๊ะ เอ๊ะ คนขี่จักรยานมากลุ่มใหญ่เลยค่ะ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีเนื้อเป็นหลัก จริงๆคือ เปลือยนั่นเองค่ะ คิดว่าคงเป็นการรณรงค์อะไรสักอย่าง ประมาณคอนเซปตรักษ์โลก(ต้องไม่ใส่เสื้อผ้า) เราก็ยืนดูฮือฮาห่างๆนั่นแหละค่ะ แต่เพื่อนร่วมหออีกคนเล่าให้ฟัง ว่าเค้าไปยืนใกล้ตรงเชิงสะพาน นักปั่นก็กำลังปั่นขึ้นสะพานพอดี ลองคิดดูละกันว่าจะมุมเปิดขนาดไหน 5555 จะว่าไป ดูเค้าก็ไม่เคอะเขินอะไรกัน ดูเฮฮา มีโบกไม้โบกมือ ดูแล้วสนุกสนานมากกว่าอุจาด อิสระเสรีกันดี


 

(ลงรูปแบบนี้ไม่รู้ผิดกฏหรือเปล่า แต่รูปนี้เป็นมุมปิดด้วย 5555 อย่างที่บอกว่าไม่อุจาดเลย ตลกๆมากกว่า ลงเล็กๆละกัน เพื่อความปลอดภัย)

 สรุปแล้ววันนี้สนุกมากๆค่ะ คุ้มจริงๆ ได้รับเสด็จทั้งเจ้าและเหล่าชีเปลือย 5555 

จบแล้วค่ะ เอนทรี่วันนี้ยาวใช้ได้ สมควรหยุดแค่นี้ก่อน ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านนะคะ 

ปล. ขออภัยสำหรับหน้าตาบล๊อกที่จืดชืด ยังไม่ได้มีเวลาจัดหน้าแต่ประการใด ไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้ด้วย ขอเวลาศึกษาหน่อยนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 1 Jul 2012 16:52:35 by Willow

edit @ 1 Jul 2012 17:06:20 by Willow

edit @ 1 Jul 2012 17:10:06 by Willow

edit @ 1 Jul 2012 17:13:35 by Willow

edit @ 7 Jul 2012 14:22:15 by Willow

อารัมภบท

posted on 24 Jun 2012 16:24 by willowee
สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน (หวังว่าคงจะมีหลงเข้ามาสักคนนะคะ ฮ่าาา)
 
ขอบอกไว้ก่อนว่าบล๊อกนี่อาจจะแตกต่างชาวบ้านชาวช่องเค้าหน่อย แน่นอนกว่าคนเขียนทั่วไปจะแชร์ประสบการณ์ที่ผ่านมา แต่ในกรณีเรานี่มันผ่านมาแล้วถึงสามสี่ปีได้ แหะ แหะ เป็นการย้อนความทรงจำที่ไกลจริงๆ ฉะนั้นไอ้เรื่องข้อมูลอัพเดทที่อาจจะมีประโยชน์จะไม่ค่อยมีเท่าไหร่นะคะ ต้องขออภัย
 
ณ ตอนนี้ บล๊อกเราคงจะโฟกัสแต่เรื่องตอนเราไปเรียนที่ลอนดอนก่อน เพราะจู่ๆ อืม ไม่ใช่ เรียกว่า เป็นระยะๆที่เราหวนนึกถึงตอนไปเรียนที่นั่น ถึงจะเป็นเวลาแค่หนึ่งปี แต่ก็ประทับใจมากมาย มันเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่คนเดียวมากหน่อย ได้คิดได้คิดทำอะไรหลายอย่างที่ในยามปกติไม่ได้ทำ ได้ค้นพบ ได้รู้จักตัวเองในบางมุม ถ้าจะให้พูดอะไรเป็นสาระให้กับผู้อ่านละก็ อยากบอกว่า ถ้ามีโอกาสแล้ว ขอให้ใช้ชีวิตให้เต็มที่ เพื่อที่เราจะได้ไม่ look back with regret แต่ look back with a smile, laugh and happiness ไงล่ะคะ